Thailand Center of Excellence of Glass

English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)
You are here: Home R&D Current Projects โครงการ : เพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมแก้วและกระจก

โครงการ : เพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมแก้วและกระจก

E-mail Print
  1. โครงการ : เพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมแก้วและกระจก

อุตสาหกรรมแก้วและกระจกเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย  มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 35,000 ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งเป็น  4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มขวดแก้ว (Container glass) กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจก (Flat glass) กลุ่มภาชนะบนโต๊ะอาหาร (Tableware) กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและกระจกชนิดพิเศษอื่นๆ (Specialty glass) เช่น ไฟเบอร์กลาส หลอดไฟ เป็นต้น โดยมีอุตสาหกรรมสำคัญที่ต้องพึ่งพาเกี่ยวเนื่องที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทอยู่มากเช่น ก่อสร้าง รถยนต์ อาหาร นอกจากนั้นยังมีความสำคัญเนื่องจาก อุตสาหกรรมแก้วนั้น  วัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการผลิตส่วนใหญ่  เป็นวัตถุดิบคุณภาพดีที่หาได้ภายในประเทศ  เช่น  ทราย  หินปูน  โดโลไมต์  แร่ฟันม้า ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรภายในประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างคุ้มค่า จัดเป็นอุตสาหกรรมหนักที่ใช้พลังงานในการผลิตสูงและกระบวนการผลิตต้องทำต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จึงมีความต้องการการจ้างงานสูงไปด้วย

จำนวนโรงงานแก้วและกระจกในประเทศไทยมีประมาณ 100 กว่าโรงงาน ร้อยละ 20 เป็นโรงงานขนาดใหญ่  ที่เหลืออีกร้อยละ 80 เป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานเป่าแก้ว และโรงงานแปรรูปกระจก โรงงานขนาดใหญ่มีความได้เปรียบเรื่องเทคโนโลยีทำให้สินค้ามีคุณภาพ ในขณะที่โรงงานขนาด SME ยังมีจุดอ่อนด้านการควบคุมคุณภาพอยู่ อุปสรรคที่สำคัญของอุตสาหกรรมคือ ต้นทุนด้านแรงงานและพลังงานที่สูงกว่าประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย และระบบโลจิสติกส์ที่ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร

รายงานการวิเคราะห์ความสามารถการเข้าสู่ AEC ของกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก ระบุว่าเป้าหมายและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้จากการเข้าร่วมการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอยู่  3 ด้านคือ ในด้านของคลัสเตอร์กลุ่มก่อสร้าง ได้แก่ การเป็นศูนย์กลางทางการค้าของกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนด้านของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ คือ การออกไปลงทุนต่างประเทศเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการขยาย /ย้ายฐานการผลิตไปประเทศ CLMV (ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม ) เพื่อหาตลาดและสร้างฐานการผลิตรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึง การนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศอาเซียน ทำให้เป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการ SME ของไทย ในการหาตลาดในประเทศสมาชิกอาเซียน แต่อย่างไรก็ตามอุปสรรคที่สำคัญของประกอบการ SME ไทยคือ การขาดองค์ความรู้ด้านการผลิต ทักษะแรงงาน และต้นทุนด้านพลังงานที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย

ปัญหาของอุตสาหกรรมแก้วและกระจกของไทยในปัจจุบัน มีหลายประการทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวบรวมได้ดังนี้

-  วัตถุดิบในประเทศไม่เพียงพอ เริ่มขาดแคลน เช่น ทราย ต้องนำเข้าจากต่างประเทศบางส่วน 

-  เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง ทำให้มีต้นทุนด้านนี้สูงและมากกว่าประเทศคู่แข่ง

-  มีการนำเศษแก้วกลับมาใช้ใหม่น้อยเมื่อเทียบกับในต่างประเทศ เพราะการบริหารจัดการด้านรีไซเคิลแก้วยังไม่มีระบบ

-  การเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ยังมีน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ หรือเทคโนโลยี

-  ขาดการป้องกันการนำเข้าสินค้าของผลิตภัณฑ์แก้วและวัตถุดิบ ทำให้สินค้านำเข้ามีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน

-  โรงงานขนาด SME ยังไม่มีเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตที่ดี ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ

-   เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ความร้อนสูง ทำให้ปลดปล่อยมลพิษทางอากาศออกมามาก จำเป็นต้องหาวิธีทางลด และมีวิธีวัดที่ถูกต้อง

-  โรงงานขนาด SME ต้องอาศัยการตลาดที่ดี เพราะปัญหาเรื่องเงินทุน จึงมีอุปสรรคในการขยาย/ย้ายลงทุนไปในประเทศ ASEAN

กรมวิทยาศาสตร์บริการเห็นความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมแก้วและกระจก จึงได้จัดตั้งศูนย์เชี่ยวชาญด้านแก้ว ในปี 2553 เพื่อให้บริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่อุตสาหกรรมแก้วและกระจกในทุกระดับ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ชุมชนและประชาชนทั่วไปเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ตามนโยบายรัฐบาล การให้บริการของห้องปฏิบัติการเชี่ยวชาญด้านแก้วมีด้วยกัน 3 ด้านหลัก ๆ ได้แก่ ด้านการให้บริการทดสอบ  ด้านการวิจัยพัฒนา และด้านฝึกอบรมหรือให้คำปรึกษาข้อเสนอทางวิชาการ ต่อภาคเอกชนและบุคคลทั่วไป ช่วยแก้ปัญหาทางวิชาการหรือทางเทคนิคการผลิต  รวมทั้งจัดการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรม

ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการ SME ในอุตสาหกรรมแก้วและกระจกมาใช้บริการทดสอบ และขอคำปรึกษาด้านวิชาการจำนวนมาก ซึ่งปัญหาที่พบคือ ปัญหาด้านพลังงานการผลิต  คุณภาพของสินค้า  สาเหตุการเสียหายของผลิตภัณฑ์ รวมถึงแนวทางการลดต้นทุน ซึ่งห้องปฏิบัติการฯ ได้ให้การสนับสนุนมาตลอด ซึ่งบางปัญหาได้ดำเนินการทำวิจัยระยะสั้น เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษแก้ว การประเมินประสิทธิภาพด้านพลังงานของการหลอมแก้ว การปรับสูตรวัตถุดิบแก้วเพื่อการลดพลังงาน การหาสาเหตุการแตกของขวดแก้วและภาชนะแก้ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังดำเนินงานวิจัยพัฒนาเพื่อถ่ายทอดไปยังผู้ประกอบการระดับ SME  เช่น การพัฒนาเนื้อแก้วสำเร็จรูปชนิดอุณหภูมิต่ำเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับและตกแต่ง การปรับปรุงคุณภาพทับทิมธรรมชาติโดยใช้แก้วปราศจากตะกั่ว  เป็นต้น

เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบ SME ในอุตสาหกรรมแก้วและกระจกของไทยในภาพรวมของประเทศ กรมวิทยาศาสตร์บริการจึงขอเสนอจัดตั้งโครงการ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอุตสาหกรรมแก้วและกระจก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตแก้วและกระจกห้แก่ผู้ประกอบ SME ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่

นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการผลิตให้แก่ผู้ประกอบ SME ที่กำลังดำเนินธุรกิจและผู้สนใจลงทุนในธุรกิจผลิตภัณฑ์แก้ว จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม  ผู้รับการถ่ายทอดจะได้รับความรู้ตั้งแต่กิจกรรมต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของธุรกิจโดยเริ่มจาก  การหาแหล่งวัตถุดิบ  การวิเคราะห์ทดสอบสมบัติของวัตถุดิบ  การเตรียมวัตถุดิบ  การหลอมในเตาแบบต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่อง  การอบ การขึ้นรูป การเจียระไน การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์  การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการตลาด  ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่ผู้รับการบ่มเพาะจะสามารถนำไปผลิตหรือพัฒนาต่อยอด เช่น ภาชนะแก้วสี  แก้วแนวศิลปะ (art glass)  เครื่องประดับแก้ว  แก้วคริสตอล เป็น   

โครงการนี้เป็นการบูรณการระหว่างกรมวิทยาศาสตร์บริหาร และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีการทำวิจัยด้านแก้ว อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก สภาอุตสาหกรรม เช่น บริษัทแก้วปราการ  โอเชี่ยนกลาส  บางกอกคริสตอล ยูไนเต็ดกลาส  ลักกี้กลาส  ไทยกลาส (เบอรี่ ยุคเกอร์)  บางกอกกลาส  ล.ไลท์ติ้งกลาส   โตชิบาฟลูออเรสเซนต์   สยามกลาส (โอสถสภา)   และผู้จำหน่ายวัตถุดิบชั้นนำของโลกอย่างบริษัท ซีเบลโก้  ในการทำงานวิจัยและนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตและการค้าต่อไป   

วัตถุประสงค์

    เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตแก้วและกระจกให้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

Last Updated ( Tuesday, 24 January 2017 14:19 )  

Events Calendar

Last month November 2018 Next month
S M T W T F S
week 43 1 2 3
week 45 4 5 6 7 8 9 10
week 46 11 12 13 14 15 16 17
week 47 18 19 20 21 22 23 24
week 48 25 26 27 28 29 30